






Silooet House สถานที่แต่งงานครบทั้ง Outdoor & Indoor ดีไซน์สวยยูนีค
เริ่มแรกผม (คุณปอนด์) กับมิกิ (เจ้าสาว) คิดแค่ว่าอยากได้สถานที่จัดงานแต่ง Outdoor แบบมีพื้นที่สีเขียว ขนาดพอเหมาะกับแขก 250 คน และต้องมีโซน Indoor สำหรับแขกผู้ใหญ่ด้วย ได้เจอ Silooet House (ซิลูเอท เฮ้าส์) ความรู้สึกแรกที่ได้เห็นคือสวยกว่าในรูปและคลิปมาก
เราประทับใจทั้งบรรยากาศและสไตล์การออกแบบ ผมชอบดูงานสถาปัตย์อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าหน้าต่างของ Barn House มีความยูนีค เพดานสูงแบบ Double Volume ให้ความรู้สึกเหมือนโบสถ์ ทำให้เห็นภาพงานแต่งขึ้นมาในหัวเลยครับ ส่วน Catering ก็โดนใจ ที่จอดรถกว้างขวางและมีสำรองให้ด้วย พอรวมดีไซน์ ฟังก์ชัน และราคาแล้ว เราก็ตัดสินใจจองที่นี่ตั้งแต่วันแรกที่ไปดูเลยครับ




งานหมั้นจีน & Vow Ceremony แบบมู้ดดี ไม่มีเร่งรีบ
คู่ของเราจัดทั้งพิธีหมั้นแบบจีนและพิธี Vow Ceremony โดยได้ทีมพาร์ทเนอร์ของทาง Silooet House ช่วยดูแลการตกแต่งให้ทั้งหมด โฟกัสไปที่มู้ดและการคุมโทนสีเป็นหลัก จะใช้สีแดงเบอร์กันดี 50% ขาว 30% และเขียว 20% ซึ่งทีมงานทำการบ้านมาละเอียดมาก ตอนส่งเรฟมาให้จะมีอัตราส่วนสีที่ใช้ชัดเจนเลยครับ
การตกแต่งจะใช้ผ้าและดอกไม้แบบครึ่งต่อครึ่ง โดยมีจุดหลักคือด้านหน้า Barn House ตกแต่งดอกไม้และโยงผ้าสีแดง พาดผ่านประตูสีขาวทั้งบาน ได้เป็นภาพที่โดดเด่น ส่วนด้านในจะมีเวทีที่ใช้ทำพิธีและเป็น Backdrop มีผ้าสีขาวทิ้งตัวลงมา พร้อมตั้ง Flower Stand สองข้าง และมีโลโก้ชื่อตรงกลางครับ



เราพยายามจัดช่วงหมั้นจีนให้กระชับที่สุด เพราะไม่อยากให้แขกเบื่อ จึงไม่มีแห่ขันหมากและกล่าวสู่ขอ เมื่อรับตัวเจ้าสาวเข้ามาด้านใน Barn House แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็จะให้โอวาทและอวยพร นับสินสอด ต่อด้วยบ่าวสาวสวมแหวน ทานขนมอี๋ และยกน้ำชาครับ








มิกิเลือกชุดเป็นสีขาว เพื่อให้เหมาะกับพิธี Vow Ceremony ที่จัดต่อกันด้วย ส่วน Dress Code ของเพื่อน ผมเลือกให้เพื่อนเจ้าบ่าวใส่สีกรมท่า ให้คอนทราสต์กับชุดเพื่อนเจ้าสาวสีน้ำตาลครับ
จบพิธีหมั้น เราก็ย้ายมาทำพิธี Vow Ceremony ต่อด้านนอก ตอนนั้นเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกพอดี แถมมีลมพัดเย็น ๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศข้างหน้า Barn House ดีเหมือนที่เราคิดไว้เลยครับ เมื่อพิธีกรเชิญแขกให้ทยอยเดินมาบริเวณทำพิธี ผมจะยืนรออยู่กับน้องหมาตัวหนึ่ง แล้วมิกิก็เดินเปิดตัวเข้ามาพร้อมกับน้องชายครับ



จากนั้นพิธี Vow Ceremony จะดำเนินไป เรากล่าวคำมั่นสัญญาต่อกัน สวมแหวน และต่อด้วยเดินผ่านแขกที่โปรยกลีบดอกไม้ให้เราตลอดสองข้างทาง เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ก็จะเป็นช่วงถ่ายรูปรวมหน้า Barn House และแยกย้ายพูดคุย ถ่ายรูปกับแขกทีละกลุ่มต่อครับ







งานฉลองจากตัวตนบ่าวสาว บรรยากาศสนุกปนซึ้ง
เรามีส่วนร่วมในการออกแบบหลายจุด ทั้งอาร์ตเวิร์คต่าง ๆ ภายในงาน ของชำร่วย การ์ด และวิดีโอบนโปรเจคเตอร์ เนื่องจากผมเรียนจบสาขาภาพยนตร์ ส่วนมิกิจบวิทยุโทรทัศน์มา เลยคิดว่าทำกันเองดีกว่า เพราะปกติโปสเตอร์ในร้านกาแฟของผมที่แม่สอด เราก็เป็นออกแบบกันเองอยู่แล้ว แฮชแท็กของงานอย่าง #from21stbynow ก็มาจากชื่อร้าน Home by now ของเรานี่แหละครับ


พวก Sound ต่าง ๆ ในพิธี เช่นช่วงรับตัวเจ้าสาว ช่วงเปิดตัว หรือ Set Off ผมก็เรียบเรียงเองหมดเลยครับ คงเพราะชอบฟังเพลง และรู้สึกว่าเสียงเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างบรรยากาศ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป
เราเลือกจัดโต๊ะ Long Table แบบ Sit-down Dinner ผสมโต๊ะกลม และมี Groom and Bride Table ให้บ่าวสาวได้นั่งทานอาหารไปพร้อมกับแขก โดยบนโต๊ะอาหารต่าง ๆ จะประดับด้วยผ้าสีขาวผืนยาว และดอกไม้โทนสีแดงครับ




ระหว่างที่เราขึ้นไปเปลี่ยนชุดด้านบน แขกจะไปตักอาหารที่ Food Station มาทานกัน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอาหารอิ่มอร่อย ปริมาณก็เยอะ เป็นมื้อที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตากินกันมาก โดยเฉพาะเมนูฮิตอย่างข้าวมันไก่ สปาเกตตี้หลากซอส และขาหมูทอดเยอรมันครับ
เมื่อทุกคนเริ่มอิ่มและกลับมานั่งประจำที่แล้ว บ่าวสาวก็เปิดตัวเดินลงบันไดมา ท่ามกลางบรรยากาศที่โฟกัสเต็มที่ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผมได้รับมาว่า จะช่วยให้แขก Pay attention กับเรามากขึ้น เมื่อบวกกับเสียงที่เลือกใช้ ก็ยิ่งทำให้ช่วงเปิดตัวนี้ดูน่าสนใจและน่าประทับใจครับ



เราไม่อยากให้บรรยากาศพิธีการจริงจังเกินไป จึงไม่มีประธานขึ้นมาอวยพร แต่จะให้คุณลุงของแต่ละฝ่ายมาอวยพรให้หลานแทน ซึ่งท่านทั้งสองก็อวยพรได้น่ารักมาก และทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ต่อด้วยตัวแทนเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวฝั่งละ 1 คนกล่าวอวยพร ซึ่งคำพูดจากใจก็ทำให้แขกในงานซึ้งจนร้องไห้ตามไปด้วยเลยครับ





หลังจบช่วงอวยพร บ่าวสาวจะกล่าวขอบคุณแขก ก่อนเข้าสู่ช่วงตัดเค้ก แต่ใช้เป็นวิธีการราดช็อกโกแลตลงบนเค้กสีขาว ตกแต่งด้วยเชอร์รี่สีแดงเบอร์กันดีครับ




จากนั้นเราจะขึ้นไปบนชั้นลอย แล้วปล่อยชายริบบิ้นช่อดอกไม้เจ้าสาวลงมา พอเราค่อย ๆ ตัดริบบิ้นจนได้ผู้โชคดีคนสุดท้าย ก็จะมีรางวัลเป็น Christmas Set ของ Dior ให้ด้วย เลยยิ่งช่วยให้ทุกคนสนุกกับการลุ้นมากขึ้นครับ



เรายังแจกรางวัลเพิ่มให้แขกได้ลุ้นกันอีก 4 รางวัล ด้วยเกมขูดการ์ดเพื่อหารูปหน้าบ่าวสาว ใครเจอก็รับรางวัลเป็นเครื่องหอม แก้วเก็บอุณหภูมิ และ Gift Voucher ไปเลยครับ


หลังจบเกมจะเป็นช่วงพิธี Set Off ที่แขกทุกคนจะออกไปจุดไฟเย็นด้านหน้า เพื่อส่งตัวบ่าวสาวเดินออกจากงาน จากนั้นเราจะไปเปลี่ยนชุดและกลับมาอีกครั้งใน After Party ปิดท้ายงานของวันนี้ครับ



ดีใจเพราะถูกรายล้อมด้วยคนที่รัก และทีมงานที่เหมือนครอบครัว
ช่วงแรกเราก็กังวลว่างานจะออกมาแบบที่เราคิดไหม แต่พอทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ได้รับแต่คำชมว่างานน่ารักและสนุก ก็รู้สึกประทับใจมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงที่เราเดินเข้ามาในงาน พอมองไปแล้วเห็นเพื่อน ๆ รายล้อม เจอญาติพี่น้องยืนรออยู่ ก็รู้สึกดีใจที่ได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในวันนั้นครับ


การได้ร่วมงานกับ Silooet House ทำให้เราสบายใจตั้งแต่วันแรก ทีมงานเป็นมืออาชีพ พยายามเข้าใจธรรมชาติของบ่าวสาวและครอบครัว รีบหาคำตอบให้ไม่ต้องรอนาน และใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยที่เราอาจมองข้าม เช่น เอาของรางวัลไปผูกริบบิ้นให้ดูเหมาะสมขึ้น เตรียมดอกไม้อีกช่อให้เจ้าสาวได้มีเก็บไว้ พอเราเตรียมงานกันมาเป็นปี ก็รู้สึกว่าเขาไม่แค่ทีมงานที่ให้บริการตามหน้าที่เท่านั้น แต่เป็นเหมือนครอบครัวที่มาช่วยกันจัดงานแต่ง และคอยแนะนำแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้เราครับ

แนะนำบ่าวสาว
ทยอยเตรียมงานให้เป็นระบบ : ถ้ามีเวลาเตรียมงานประมาณ 1 ปี แนะนำให้ค่อย ๆ ทยอยคอนเฟิร์มสิ่งที่สามารถตัดสินใจได้เลยไปก่อน เช่น ชุด การ์ด ของชำร่วย หรือของรับไหว้ เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมากระจุกในช่วง 3-6 เดือนสุดท้าย และลดภาระช่วงใกล้วันงานที่มีอีกหลายเรื่องให้ต้องโฟกัส
ปล่อยวางในวันงาน : ทำใจให้สบายให้มากที่สุด เพราะไม่มีทางที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามแพลนเป๊ะ ๆ ได้ 100% เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็ให้ปรับหน้างานกันไป
ไว้วางใจทีมงานมืออาชีพ : ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเวลา ปัญหาลืมของ หรือดูแลเรื่องต่าง ๆ ของบ่าวสาว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมงานคอยจัดการทุกอย่างได้เลย และหันมาใช้เวลาอยู่กับคนที่รักในวันงานให้มากที่สุดดีกว่า
อย่าฝืนทำ Artwork เอง : ถ้าไม่ถนัดหรือไม่มีคนถนัดด้านนี้มาช่วยเหลือ อย่าฝืนทำเองจนเสียเวลา ยิ่งถ้าบริหารเวลาไม่ดี สุดท้ายอาจจะทำไม่ทันได้ แนะนำให้จ้างมืออาชีพ เพื่อให้ไม่เสียเวลาสำหรับการเตรียมงานส่วนอื่น ๆ ด้วย
Photographer : Ananimage, Peachy Photo, Muuffinns






